Categories
ALL BLOG

ชมงานนิทรรศการศิลปะ นศ.มรช. สาขาทัศนศิลป์ ART THESIS EXHIBITION 14 – 17 มีนาคม 2564

(เรื่อง / ภาพ : เอกณัฏฐ์ ทุมทอง )

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ปี 2564 เวลา 18.00 น. ณ ลานวีดีโอวอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาฯ เชียงราย ได้มีพิธีเปิดงาน ART THESIS EXHIBITION : ศิลปนิพนธ์ ของ นักศึกษาสาขาวิชาทัศนศิลป์ ของ มาหาวิทยาลับราชภัฎเชียงราย นิทรรศการนี้จัดแสดงถึงวันที่ 17 มีนาคม 2564 นี้เท่านั้น

ครั้งแรกในรอบหลาย ๆ ปีที่ได้มาเข้าร่วมนิทรรศการศิลปะวิทยานิพนธ์ หรือ งานแสดงศิลปะของรุ่นน้องในมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงรายหลังจากจบไปนานโข แรกเริ่มเดิมทีตอนที่ผู้เขียนยังศึกษาในภาควิชาศิลปะ ตอนนั้นยังเป็นวิทยาลัยราชภัฎฯ อยู่เลย (แต่ก็จบมาในนามของมหาวิทยาลัยราชภัฎฯ นะเออ…) โดยภาควิชาศิลปะขณะนั้นสังกัดคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ หลังจากย้ายกลับมาสู่ถิ่นเดิมคือจังหวัดเชียงรายหลังจากที่ไปอยู่เชียงใหม่ซะเป็นสิบ ๆ  ปี ล่าสุดผู้เขียนได้รับเกียรติจากท่านอาจารย์ที่เคยสอน (ขออนุญาติไม่เอ่ยนามท่านนะครับเพราะยังไม่ได้ขออนุญาติ หากได้รับอนุญาติแล้วผู้เขียนจะเข้ามาแก้ไขบทความอีกที อาจจะเป็นเพราะกลัวโดนหักคะแนนเหมือนสมัยเรียน ฮา…) เชิญไปบรรยายเกี่ยวกับ ลิขสิทธิ์–สิทธิบัตร ทางงานออกแบบ และ ศิลปะ 

ตอนนั้นด้วยความที่ผู้เขียนห่างหายไปนานพอได้ไปเยือนมหาวิทยาลัยฯ อีกครั้งกลับจำที่ทางไม่ได้ซะงั้น ภาควิชาที่เคยเรียนก็ย้ายสถานที่ไปที่อื่นคงเหลือแต่ความทรงจำเก่า ๆ สมัยเรียนไว้เท่านั้น หลังจากได้เข้าไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยฯ ผู้เขียนก็มีโอกาสได้พูดคุยกับเพื่อน ๆ ที่เคยเรียนด้วยกันว่าทำไมหลังจากพวกเราจบกันไปแล้ว มหาวิทยาลัยฯ เค้าเจริญเอ๊าเจริญเอา (ฮา… แบบแห้ง ๆ)

      ย้อนกลับมาในงานนิทรรศการศิลปะนิพนธ์ครั้งนี้ผู้เขียนมีความรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นพัฒนาการของรุ่นน้องนักศึกษาที่กำลังจะจบมีผลงานที่น่าชื่นชม ได้มีโอกาสในการนำผลงาน “THESIS”  ของตนเองมานำเสนอให้ประชาชนทั่วไปได้ชมกัน อันเนื่องมาจากในสมัยที่ตนเองยังเรียนอยู่นั้น การแสดงงานในแต่ละครั้งค่อนข้างที่จะมีข้อจำกัดอย่างมากในแต่ละด้าน เช่น สถานที่ไม่เอื้ออำนวย แกลเลอรี่ พื้นที่จัดแสดงงานก็ไม่ได้หลากหลายเช่นทุกวันนี้ หน่วยงานต่าง ๆ ที่สนับสนุนก็เรียกได้ว่าน้อยนิดจนน่าสงสาร  แต่นี่ก็ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ดี ที่เริ่มมีผู้ใหญ่ หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ เริ่มให้สถานที่ ความช่วยเหลือ เงินทุน และ อะไรต่าง ๆ อีกมากมายในเรื่องที่เกี่ยวกับศิลปะ ต่างจากความรู้ความเข้าใจในเรื่องของศิลปะของคนทั่วไปในสมัยแต่ก่อนที่มองว่าศิลปะเป็นเรื่องของปัจเจค เป็นเรื่องของคนเฉพาะกลุ่ม หรือ กลุ่มบุคคล เป็นอะไรที่เข้าถึงยาก เรียนมาแล้วจะทำอะไรกิน คนเรียนศิลปะต้องสกปรก คนเรียนศิลปะต้องวาดรูปขายเท่านั้น ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากวาดรูปขายอยู่ไปวัน ๆ ฯลฯ เรื่องเหล่านี้สุดแล้วแต่คนทั่วไปจะตีความไปต่าง ๆ นา ๆ ตามความคิด ความเข้าใจของตนเอง

แต่ในปัจจุบันศิลปินหลาย ๆ ท่านก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าศิลปินได้สร้างความยิ่งใหญ่เพียงใดให้กับสังคม วัฒนธรรม และ ประเทศชาติ ศิลปินหลาย ๆ ท่านได้สร้างศิลปะผ่านงานสถาปัตยกรรม ประติมากรรม ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ดึงดูดให้คนจากทั่วโลกมาเยี่ยมชมผลงานอันวิจิตรเหล่านี้ซักครั้งในชีวิต ผลจากที่คนจากทั่วโลกเข้าหลั่งไหลเข้ามาในประเทศ เริ่มตั้งแต่ก้าวเท้าแรกเข้ามาในแผ่นดินที่เรียกว่าประเทศไทยของเรานั้น ก็นำความมั่งคั่ง และเม็ดเงินอันมหาศาลเข้ามาในประเทศ มีการใช้จ่ายตลอดทางจนมาถึงจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางตั้งเป้าหมายไว้ ลองคิดดูว่าจะเป็นตัวเงินมากเท่าไหนที่เข้ามากระตุ้นระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยเรา ของจังหวัดที่เราอยู่

     คิดง่าย ๆ แบบไม่ต้องมองภาพใหญ่มาก เอาเพียงแค่เฉพาะในจังหวัดเชียงรายที่ผู้เขียนอาศัยอยู่นั้น แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปะ และ วัฒนธรรม สามารถสร้างเม็ดเงินให้กับภาคการท่องเที่ยวอย่างมากมายจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา เม็ดเงินนั้นก็วกกลับนำมาพัฒนาท้องถิ่น คนในท้องที่ก็มีรายได้จากการค้า การบริการ หรือ ธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เรียกได้ว่าไม่ว่าทั้งรัฐฯ ทั้งเอกชนได้ผลประโยชน์กันไปถ้วนหน้ากันเลยทีเดียว สิ่งที่ผู้เขียนเล่ามานั้นล้วนไม่ได้กล่าวลอย ๆ สิ่งต่าง ๆ ล้วนมีหลักฐานเชิงประจักษ์ให้เห็นว่าหลังจากศิลปินสร้างสิ่งยิ่งใหญ่เหล่านี้แล้ว คุณภาพชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างไรก็คงมองเห็นได้ด้วยตาตนเองอยู่ แล้ว ส่วนข้อมูลทางเศรษฐศาสตร์ ท่องเที่ยว ฯลฯ ล้วนมีข้อมูลอีกมากมายให้สืบค้นว่าสิ่งที่ผู้เขียนกล่าวมาทั้งหมดเป็นจริงหรือไม่

     สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ศิลปินที่เคยถูกคนที่ไม่เข้าใจปรามาสไว้อย่างร้ายแรง และ เลื่อนลอย ซึ่งท่านเหล่านั้นก็ได้พิสูจน์ให้เห็นดังที่กล่าวมาแล้วว่าไม่ใช่อย่างนั้นแน่นอน จนในปัจจุบันหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งได้รับรู้แล้วว่าศิลปะไม่ใช่สิ่งที่เลื่อนลอย หรือ เป็นสิ่งที่กลุ่มคนที่เรียกว่าศิลปินสร้างมา สนอง Need” ตัวเองเท่านั้น ศิลปะคือ หลักฐาน ของอารยธรรม หากไม่มีการสร้างศิลปะในแขนงต่าง ๆ ออกมาในอดีตกาล ปัจจุบันเราก็คงไม่ทราบถึงการมีอยู่ ความเป็นอยู่ การดำเนินชีวิต รายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ ของอารยธรรมนั้น ๆ อารยธรรมเหล่านั้นคงถูกกลืนหายตามกาลเวลาไม่มีใครจดจำได้ตั้งแต่แรก

อย่างไรก็ดีเรื่องเหล่านี้ก็ถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบของน้อง ๆ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินรุ่นใหม่ ที่จะสืบทอดสานต่อเรื่องเหล่านี้ให้ดียิ่ง ๆ  ขึ้นไปอีก อย่าเพียงแต่เป็นศิลปิน สนอง Need” งานศิลปะจะมี มูลค่าสูง ก็ต่อเมื่องานชิ้นนั้น ๆ สร้างคุณค่า อะไรให้กับคน ลองมองภาพใหญ่ว่าศิลปินไทยอย่างเรา จะทำอย่างไรให้ต่างประเทศหันมาสนใจ และ ให้คุณค่ากับศิลปินของประเทศไทย อย่างเช่นประเทศที่พัฒนาแล้วสร้างคุณค่านั้นขึ้นมาได้

Share
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *